Bitcoin จะไปถึง 100K หรือไม่? ทำไมการเลือกตั้งสหรัฐฯ ถึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ 

2024-10-10 | Bitcoin

Bitcoin จะไปถึง 100K หรือไม่?

Bitcoin สู่ 100K กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการเงิน 

ในฐานะสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำของโลก Bitcoin มักดึงดูดความสนใจได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมันเข้าใกล้จุดสำคัญที่หลายคนจับตามอง 

ด้วยความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า Bitcoin อาจแตะระดับ $100,000 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความตื่นตัวกำลังแพร่ขยายไปทั่วชุมชนคริปโต 

แต่เป้าหมายนี้เป็นไปได้จริงหรือเป็นแค่ความคาดหวังที่เกินจริง มาลองเจาะลึกเหตุผลสำคัญ 3 ข้อกันว่าทำไมเป้าหมายราคานี้อาจกลายเป็นจริง 

ผู้สมัครที่สนับสนุนคริปโตในสหรัฐฯ: บิทคอยน์จะถึง 100K ได้ไหม? 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจผลักดันให้ราคาบิทคอยน์เพิ่มขึ้นคือท่าทีที่สนับสนุนคริปโตของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2567 ทั้งสองท่าน คือ โดนัลด์ ทรัมป์ และกมลา แฮร์ริส แม้ว่าทั้งคู่จะมีแนวทางที่แตกต่างกันในตลาดคริปโต แต่แนวโน้มของพวกเขาบ่งบอกถึงนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อบิทคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ 

แนวคิดอันมุ่งมั่นของทรัมป์ 

โดนัลด์ ทรัมป์ได้เปลี่ยนท่าทีต่อคริปโตเคอร์เรนซีอย่างชัดเจน จากที่เคยแสดงความกังขา ปัจจุบันเขามุ่งมั่นที่จะผลักดันให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้นำระดับโลกในวงการสินทรัพย์ดิจิทัล 

ทรัมป์มีความตั้งใจที่จะผลักดันให้อเมริกาเป็น “ศูนย์กลางคริปโตระดับโลก” ด้วยนโยบายที่อาจส่งเสริมการลงทุนจากสถาบันการเงินและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อบิทคอยน์มากขึ้น ทรัมป์ยังเสนอแนวคิดว่า รัฐบาลอาจใช้บิทคอยน์ในการชำระหนี้สาธารณะมูลค่า 35 ล้านล้านดอลลาร์ของประเทศ 

ด้วยข้อจำกัดที่น้อยลงและการเน้นไปที่การลดกฎระเบียบ รัฐบาลของทรัมป์อาจเป็นตัวเร่งให้การยอมรับบิทคอยน์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้ราคาของบิทคอยน์พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย 

ด้วยการผ่อนปรนข้อบังคับและมุ่งเน้นการลดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ รัฐบาลของทรัมป์อาจเปิดทางให้การนำบิทคอยน์มาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาของบิทคอยน์เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย 

แนวทางที่มุ่งเน้นความสมดุลของแฮร์ริส 

แม้ว่ากมลา แฮร์ริสอาจมีท่าทีระมัดระวังมากกว่าทรัมป์ แต่ก็มีแนวโน้มว่ารัฐบาลของเธอจะสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลในบางส่วน แทนที่จะออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป แฮร์ริสอาจเลือกที่จะผสมผสานคริปโตเข้ากับโครงสร้างทางกฎหมายที่มีอยู่แล้ว แนวทางที่สมดุลนี้ เมื่อรวมกับนโยบายการเงินที่ครอบคลุม อาจยังสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อบิทคอยน์ 

ไม่ว่าจะใครชนะการเลือกตั้ง ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายไปในทิศทางที่สนับสนุนคริปโตอาจกลายเป็นตัวเร่งให้ราคาบิทคอยน์พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะหากสหรัฐฯ พยายามให้ความชัดเจนด้านกฎระเบียบและสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโต 

คลื่นสภาพคล่องลูกใหม่จากตลาดทั่วโลก 

นอกเหนือจากการเมืองแล้ว ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกก็ส่งผลบวกต่อบิทคอยน์เช่นกัน  หนึ่งในปัจจัยหลักคือการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่อง โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปคาดว่ากำลังจะตามมา มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้อาจช่วยเสริมให้เกิดกระแสการเติบโตของบิทคอยน์อย่างแข็งแกร่ง 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน 

จีนได้เพิ่มสภาพคล่องอย่างมากในตลาดของตน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก การอัดฉีดสภาพคล่องนี้มักทำให้นักลงทุนหันไปสนใจสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี ในอดีตเมื่อมีสภาพคล่องไหลเข้าสู่ตลาด นักลงทุนมักมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิทคอยน์กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น 

Bitcoin จะไปถึง 100K หรือไม่?

สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกำลังปรับกลยุทธ์ในทิศทางเดียวกัน 

เมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรปยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและความกังวลเกี่ยวกับการเติบโต จึงคาดว่าทั้งสองภูมิภาคจะมีมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ธนาคารกลางอาจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ การเพิ่มสภาพคล่องระดับโลกนี้จะสร้างสภาพแวดล้อมที่นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง และบิทคอยน์ ซึ่งมีประวัติผลตอบแทนที่สูง ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ 

เมื่อเศรษฐกิจหลักเริ่มอัดฉีดสภาพคล่อง มักจะนำไปสู่การเพิ่มความต้องการในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างบิทคอยน์ ซึ่งส่งผลให้ราคาสูงขึ้นได้ การผสมผสานระหว่างแนวทางที่สนับสนุนคริปโตและสภาพคล่องที่มากพอ อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บิทคอยน์ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว  

อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง: สัญญาณกระทิงสำหรับบิทคอยน์ 

อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมบิทคอยน์คือแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทั่วโลก เมื่อธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หลายแห่งเลือกที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจากประวัติที่ผ่านมา การลดดอกเบี้ยมักส่งผลดีต่อบิทคอยน์ 

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง 

เมื่อธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ย มักแสดงถึงการเปลี่ยนไปสู่แนวทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทำให้ต้นทุนการกู้ยืมถูกลง กระตุ้นให้ธุรกิจและบุคคลทั่วไปขอสินเชื่อและลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนแบบดั้งเดิมลดลงจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนจึงมักหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น บิทคอยน์ เพื่อค้นหาผลตอบแทนที่สูงกว่า 

บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน 

นอกเหนือจากความน่าสนใจในเรื่องผลตอบแทนสูง บิทคอยน์ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นทางเลือกดิจิทัลแทนทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนมองว่าบิทคอยน์เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงินและภาวะเงินเฟ้อ ทำให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดในช่วงที่ธนาคารกลางใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย 

อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทั่วโลกกำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มการไหลเข้าของเงินทุนสู่บิทคอยน์ การผสมผสานระหว่างความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนและสถานะของบิทคอยน์ในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า อาจผลักดันให้บิทคอยน์เข้าใกล้ระดับราคา $100,000 

บิคอยน์ทะยานสู่ $100K ด้วยรูปแบบกราฟ “Cup & Handle” 

Bitcoin จะไปถึง 100K หรือไม่?

ปัจจัยเสริมที่เพิ่มความเชื่อมั่นในแนวโน้มขาขึ้นของบิทคอยน์คือการก่อตัวของรูปแบบกราฟ “Cup & Handle” บนกราฟรายสัปดาห์ ซึ่งกระตุ้นความหวังในการที่บิทคอยน์จะพุ่งสู่ $100K รูปแบบกราฟเทคนิคนี้มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการเบรกทะลุขึ้น โดยมีความคล้ายคลึงกับรูปแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นก่อนการพุ่งขึ้นของราคาทองคำจาก $2,000 เป็น $2,600 รูปทรงถ้วย (cup) แสดงถึงการฟื้นตัวจากราคาต่ำสุดหลังจากช่วงขาลง ขณะที่หูถ้วย (handle) บ่งบอกถึงช่วงการปรับฐานเล็กน้อยก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น หากบิทคอยน์ดำเนินตามรูปแบบนี้ อาจเกิดการทะลุขึ้นอย่างรุนแรง ดันราคาขึ้นใกล้ระดับ $100,000 นักวิเคราะห์ทางเทคนิคมองว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี หลายคนเปรียบเทียบกับการพุ่งขึ้นของทองคำ ซึ่งบ่งชี้ว่าบิทคอยน์อาจอยู่ในตำแหน่งพร้อมสำหรับการทะยานอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน 


การเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง
หลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า CFDs และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากความผันผวนของมูลค่าและราคาของตราสารทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ด้วยการเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยและไม่สามารถคาดการณ์ได้ อาจเกิดการสูญเสียที่มากกว่าการลงทุนเริ่มแรกของคุณภายในระยะเวลาอันสั้น 
กรุณาแน่ใจว่าคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตราสารทางการเงินนั้นอย่างถ่องแท้ก่อนทำธุรกรรมใดๆ กับเรา หากคุณไม่เข้าใจถึงความเสี่ยงที่อธิบายไว้ในที่นี้ ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ 

ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านกฎหมาย
ข้อมูลที่ปรากฏในบล็อกนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเป็นคำแนะนำในการลงทุน ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอ หรือคำเชิญในการซื้อหรือขายตราสารทางการเงินใด ๆ และไม่ได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์การลงทุนหรือสถานการณ์ทางการเงินของผู้รับข้อมูลเฉพาะบุคคล การอ้างอิงถึงผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานในอนาคตได้อย่างเชื่อถือได้ Doo Prime และบริษัทในเครือไม่รับรองหรือรับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลนี้ และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลนี้หรือจากการตัดสินใจลงทุนใด ๆ ที่ทำขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลนี้ 

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2025-08-29 | ข่าวสาร D Prime

D Prime ติดอันดับ 3 ของโลกด้านผู้ใช้งานแอคทีฟ

รายงาน Finance Magnates Q2 ปี 2568 จัดอันดับ D Prime ติดท็อป 3 ของโลก พร้อมปริมาณการเทรดเพิ่มขึ้น 20% สู่ระดับ 174 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

article-thumbnail

2025-08-14 | ข่าวสาร D Prime

ปริมาณการซื้อขายของ D Prime ในเดือนกรกฎาคม 2568 พุ่งแตะ 144 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

เดือนกรกฎาคม 2568 ถือเป็นเดือนสำคัญของ D Prime โดยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและกิจกรรมการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ลูกค้าปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่ผันผวนและนโยบายเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์หลักหลายประเภท  ภาพรวมปริมาณการซื้อขายเดือนกรกฎาคม 2568  จากข้อมูลพบว่าปริมาณการซื้อขายรวมของ D Prime ในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 144.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.07% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน และปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันก็เพิ่มขึ้น 8.45% แสดงถึงการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่มากขึ้น  ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด: ความไม่แน่นอนและความผันผวน  ตลาดในเดือนกรกฎาคมได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านการเจรจาการค้าและนโยบายภาษีศุลกากร รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่กระทบต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) การคาดการณ์เกี่ยวกับเส้นตายการขึ้นภาษีและข่าวลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธาน Fed ได้เพิ่มความระมัดระวังต่อความเสี่ยงในตลาด  ภาวะนี้ทำให้ราคาทองคำแท่งในตลาดสปอตพุ่งขึ้นแตะ 3,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ กระตุ้นการซื้อขายทองคำอย่างคึกคักท่ามกลางความผันผวน  ในขณะเดียวกัน การตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ในการเก็บภาษีศุลกากร 50% สำหรับผลิตภัณฑ์ทองแดง (ยกเว้นวัตถุดิบ) ทำให้ราคาทองแดงผันผวนอย่างรุนแรง ส่งผลให้การซื้อขายฟิวเจอร์สทองแดงพุ่งขึ้นอย่างมาก  ความยืดหยุ่นและโอกาสท่ามกลางความซับซ้อน  แม้จะมีความท้าทายเหล่านี้ D Prime ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่เป็นมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในตลาดได้อย่างเต็มที่  ปริมาณการซื้อขายในเดือนกรกฎาคมยังเพิ่มขึ้น 12.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำถึงความยืดหยุ่นของเราในสภาพแวดล้อมตลาดโลกที่ซับซ้อน  สินค้ายอดนิยมของนักลงทุนในเดือนกรกฎาคม  ความนิยมของนักลงทุนยังคงแข็งแกร่ง โดย XAU/USD, EUR/USD, […]

article-thumbnail

2025-08-11 | ข่าวสาร D Prime

บทใหม่เริ่มต้นแล้ว: ยินดีต้อนรับสู่ D Prime โฉมใหม่ 

หลังจากกว่าทศวรรษแห่งการเติบโต การเปลี่ยนแปลง และนวัตกรรม Doo Prime ได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่น่าตื่นเต้น เปิดตัว D Prime